


MASTERY FILMS
ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยชายหาดที่งดงาม ภูเขาเขียวขจี และเมืองที่พลุกพล่าน ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่างเรื่อง เร็ว..แรงทะลุนรก 9 (Fast & Furious 9) และ เดอะ บีช (The Beach) ก็ถ่ายทำที่นี่ ซึ่งความน่าดึงดูดใจของไทยก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ภาพยนตร์ระดับนานาชาติฟอร์มยักษ์อย่างจูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่ (Jurassic World: Rebirth) เอเลี่ยน: เอิร์ธ (Alien: Earth) ที่ฉายทาง Disney+ และเรื่อง เดอะไวท์โลตัส ซีซัน 3 (The White Lotus: Season 3) ที่ฉายทาง HBO ก็เลือกมาถ่ายทำที่ประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไทยแห่งนี้เป็นที่ต้องการสำหรับวงการภาพยนตร์มากขนาดไหน
ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์อย่างเป็นทางการนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการถ่ายทำในประเทศไทย เพราะการมีใบอนุญาตถ่ายทำจะช่วยให้แน่ใจว่า โปรเจกต์ของคุณดำเนินไปตามกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งช่วยให้หลีกเลี่ยงความล่าช้าที่อาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง และทำให้การทำงานร่วมกับทีมงานและสถานที่ในท้องถิ่นเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้น การมีผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยที่เหมาะสม ร่วมกับทีมงานไทยที่มีทักษะ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล และความคุ้มค่าทางต้นทุน จึงทำให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ และสื่อโฆษณา
กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand Film Office หรือ TFO) มีหน้าที่ออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ให้แก่ทีมงานต่างชาติ ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนถ่ายทำภาพยนตร์ รายการทีวี โฆษณา สารคดี หรือแม้แต่การถ่ายภาพระดับมืออาชีพเพื่อใช้ในที่สาธารณะ ก็จำเป็นต้องมีใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าสคริปต์ของคุณเคารพและไม่ก้าวก่ายทั้งกฎหมายและวัฒนธรรมไทย นอกจากนี้ การมีใบอนุญาตจะช่วยป้องกันกองถ่ายจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับตำรวจหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น ๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การมีใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ได้หมายความว่า มีสิทธิ์ในการถ่ายทำอย่างอิสระในทุกสถานที่ เนื่องจากสถานที่บางแห่งต้องมีการขออนุญาตเพิ่มเติม เช่น วัด อุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ที่เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล เพราะฉะนั้น การถ่ายทำโดยไม่มีใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์อาจนำไปสู่ผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการเสียค่าปรับ หรือแม้กระทั่งการถูกยึดภาพฟุตเทจ
Source: TFO Thailand Film Office Website
กองถ่ายต่างประเทศเกือบทั้งหมดต้องใช้ใบอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ รายการทีวี มิวสิกวิดีโอ รายการท่องเที่ยว หรือโฆษณาก็ตาม แม้ว่าจะเป็นทีมงานขนาดเล็กที่ต้องการถ่ายทำในแหล่งมรดกหรือถ่ายภาพสำหรับแคมเปญโฆษณา ก็จำเป็นต้องทำการยื่นขอใบอนุญาตเช่นเดียวกัน โดยมีเพียงกรณีเดียวเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้ใบอนุญาต คือ การถ่ายทำโดยโปรดักชันเฮาส์ที่มีเจ้าของเป็นคนไทยและดำเนินการโดยทีมงานไทยทั้งหมด ทั้งนี้ ในกรณีที่ทีมงานของคุณมีชาวต่างชาติ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทต่างชาติ หรือมีการใช้อุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะต้องยื่นเรื่องผ่านผู้ประสานงานฯ เช่นกัน
ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเป็นเอกสารอนุญาตให้สามารถถ่ายทำในสถานที่ที่ระบุไว้ในเอกสารได้ และเป็นการยืนยันว่าหน่วยงานได้อนุมัติให้ถ่ายทำตามสคริปต์แล้ว อย่างไรก็ตาม การถ่ายทำในสถานที่บางแห่งยังต้องได้มีการขออนุญาตเพิ่มเติม เช่น วัด อุทยานแห่งชาติ และทรัพย์สินส่วนบุคคล โดยจะต้องมีการปฏิบัติตามธรรมเนียม กฎหมายแรงงาน และกฎระเบียบด้านภาษีของไทยทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการขอใบอนุญาตทำงานให้กับทีมงานด้วย
ขั้นตอนที่ 1: จ้างผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย บริษัทโปรดักชันที่จดทะเบียนในประเทศไทยจะเป็นตัวแทนทำเรื่องยื่นเอกสารต่อหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งการดูแลเรื่องการขออนุญาตจากรัฐบาล จัดการกองถ่าย รวมถึงจัดการเรื่องศุลกากร วีซ่า และภาษี
ขั้นตอนที่ 2: รับและกรอกแบบฟอร์ม โดยปกติแล้วจะสามารถรับแบบฟอร์มคำขอได้ผ่านทางเว็บไซต์และกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ โดยควรทำการยื่นเอกสารอย่างน้อยประมาณ 5 ถึง 14 วันทำการก่อนกำหนดการถ่ายทำ โดยขึ้นอยู่กับประเภทของโปรเจกต์
ขั้นตอนที่ 3: จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น จัดเตรียมสคริปต์ กำหนดการถ่ายทำ พาสปอร์ตของทีมงาน รายการอุปกรณ์ และรายชื่อสถานที่ถ่ายทำโดยละเอียด ทั้งนี้ การใช้โดรนและการถ่ายทำที่วัดและอุทยานแห่งชาติ จำเป็นต้องมีการขออนุญาตเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 4: ยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตทำงาน สำหรับทีมงานที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 15 วันจะต้องใช้วีซ่า Non-Immigrant “B” และใบอนุญาตทำงานชั่วคราว ส่วนโปรเจกต์ที่ระยะเวลาสั้นกว่า 15 วัน ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำงาน แต่ต้องยื่นเรื่องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
ขั้นตอนที่ 5: การนำเข้าและส่งออกอุปกรณ์ ทีมงานกองถ่ายจะต้องสำแดงอุปกรณ์ทั้งหมดที่ศุลกากรก่อน และอาจจำเป็นต้องใช้เอกสารหนังสือเดินทางสินค้า (ATA Carnet) หรือการวางเงินประกัน และเมื่อเดินทางกลับ ก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการส่งออกและผ่านการตรวจสอบจากทางศุลกากร
ขั้นตอนที่ 6: แจ้งฟิล์มบอร์ด เมื่อกองถ่ายเดินทางมาถึงไทย จะมีการมอบหมายผู้กำกับดูแลการถ่ายทำเพื่อดูแลการถ่ายทำที่จะเกิดขึ้น
ขั้นตอนที่ 7: ทำงานร่วมกับผู้กำกับดูแลการถ่ายทำ ต้องทำการแจ้งให้ทางผู้กำกับดูแลการถ่ายทำทราบถึงสถานที่ถ่ายทำแต่ละแห่งล่วงหน้า รวมถึงรับผิดชอบค่าธรรมเนียมรายวัน ค่าเดินทาง และค่าที่พักของผู้กำกับดูแลการถ่ายทำ
ขั้นตอนที่ 8: เนื้อหาการถ่ายทำต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของประเทศไทย เนื้อหาของการถ่ายทำจะต้องไม่บิดเบือนและขัดต่อวัฒนธรรม ศาสนา ความมั่นคง หรือมาตรฐานทางศีลธรรมของไทย โดยหากมีเนื้อหาที่รุนแรงมากหรือมีความละเอียดอ่อน ก็อาจต้องเปลี่ยนแปลงบทในฉากนั้น ๆ
ขั้นตอนที่ 9: การอนุมัติขั้นสุดท้าย ก่อนเดินทางกลับ จะต้องมีการเปิดภาพฟุตเทจที่ถ่ายให้ฟิล์มบอร์ดตรวจเช็ค เพื่อให้ได้รับการอนุมัติและชำระค่าธรรมเนียมการส่งออก
ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์นั้นไม่สามารถใช้แทนเอกสารตรวจคนเข้าเมืองได้ โดยทีมงานที่พำนักอยู่ไม่เกิน 15 วัน จะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว เพียงแค่ต้องแจ้งให้หน่วยงานทราบก่อน แต่หากต้องการอยู่ยาวกว่านั้น ก็ต้องใช้วีซ่า Non-Immigrant “B” และใบอนุญาตทำงานชั่วคราว โดยประเทศไทยมีการเก็บภาษีรายได้ของทีมงานต่างชาติ แม้ว่านักแสดงต่างชาติจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นเวลา 5 ปีก็ตาม
ประเทศไทยเสนอมาตรการคืนเงินที่น่าดึงดูดใจสำหรับกองถ่ายต่างประเทศที่ใช้จ่ายอย่างน้อย 50 ล้านบาทในประเทศ ซึ่งอัตราการคืนเงินมาตรฐานคือ 15% แต่สามารถทำเรื่องขอเงินคืนเพิ่มเติมได้ หากมีการจ้างทีมงานชาวไทย มีการถ่ายทำในพื้นที่ที่กำหนด หรือมีการทำ Post-production ในประเทศไทย ซึ่งสามารถคืนเงินทั้งหมดได้สูงสุดถึง 30% โดยผู้ประสานงานกองถ่ายจะคอยช่วยดูแลกระบวนการยื่นใบสมัคร รวมถึงเอกสารทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการยื่นเรื่องขอคืนเงิน
ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ได้ให้สิทธิ์ในการเข้าถึงทุกสถานที่ได้อย่างอิสระ โดยการถ่ายทำในบางสถานที่ เช่น วัด แหล่งมรดก หรืออุทยานแห่งชาติ จะต้องได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมและอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษ นอกจากนี้ การบินโดรนจะต้องใช้ใบอนุญาตอีกประเภทจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ในส่วนของเนื้อหาการถ่ายทำ พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์มีการห้ามไม่ให้ถ่ายทำเนื้อหาบางประเภท เช่น เนื้อหาที่รุนแรงมากและเกี่ยวข้องกับประเด็นละเอียดอ่อน เช่น การทารุณกรรมสัตว์ ยาเสพติด รวมถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมทางศาสนาหรือวัฒนธรรม
ปัญหาที่พบได้บ่อย ๆ มีทั้งการถ่ายทำล่าช้าเนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วน การเปลี่ยนแปลงบทในนาทีสุดท้าย หรือการเผื่อระยะเวลาในการขอใบอนุญาตสั้นเกินไป เพราะฉะนั้น กองถ่ายควรทำดังนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำที่น่าดึงดูดใจที่สุดในเอเชีย เนื่องจากมีภูมิทัศน์หลากหลาย ทีมงานที่มีทักษะ การเช่าอุปกรณ์ที่ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน Post-production ในราคาที่คุ้มค่า นอกจากนี้ ในปี 2023 เพียงปีเดียว มีกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศกว่า 460 เรื่องเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่งนำรายได้เข้ามามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น มาตรการคืนเงินภาษี การสนับสนุนระดับมืออาชีพในพื้นที่ และสิทธิประโยชน์ที่แข็งแกร่งจากรัฐบาล ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
การขอใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยต้องมีการวางแผนในระดับหนึ่ง แต่ตราบใดที่ปฏิบัติตามกฎ การถ่ายทำก็จะไม่ซับซ้อนเกินไป นอกจากนี้ การมีผู้ประสานงานฯ ที่เชี่ยวชาญ เอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน และเคารพต่อวัฒนธรรมไทย ก็จะช่วยให้การถ่ายทำดำเนินไปอย่างราบรื่น ซึ่งเมื่อรวมสิ่งเหล่านั้นเข้ากับมาตรการคืนเงิน ทีมงานที่มีทักษะ และสถานที่ที่น่าทึ่งแล้ว ก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทำไมประเทศไทยถึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายทำภาพยนตร์ รายการทีวี และสื่อโฆษณา
ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยคืออะไร? ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ คือ การอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ที่เป็นส่วนหนึ่งของกรมการท่องเที่ยว และช่วยให้กองถ่ายต่างชาติสามารถถ่ายทำภาพยนตร์ ซีรีส์ สื่อโฆษณา และมิวสิกวิดีโอในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตได้อย่างถูกกฎหมาย
ทำไมถึงต้องมีใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย? ใบอนุญาตช่วยให้แน่ใจว่ากองถ่ายของคุณปฏิบัติตามกฎหมายไทยและเคารพต่อความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม อีกทั้ง ยังช่วยปกป้องทีมงานของคุณจากปัญหาทางกฎหมายและค่าปรับระหว่างการถ่ายทำด้วย
ทีมงานของกองถ่ายต่างประเทศทั้งหมดจำเป็นต้องมีใบอนุญาตหรือไม่? จำเป็นแน่นอน หากกองถ่ายของคุณมีการทำงานกับทีมงาน นักแสดง หรือบริษัทจากต่างประเทศ หรือมีการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ โดยมีข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ เป็นการถ่ายทำโดยบริษัทโปรดักชันที่มีเจ้าของเป็นคนไทยและดำเนินการโดยทีมงานชาวไทยเท่านั้น แม้แต่การถ่ายทำขนาดเล็กในแหล่งมรดกหรือพื้นที่สาธารณะก็ต้องได้รับอนุญาตก่อนถ่ายทำ
สามารถขอใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้อย่างไร? ต้องทำการยื่นขอใบอนุญาตผ่านผู้ประสานงานฯ ที่จดทะเบียนหรือบริษัทโปรดักชัน โดยผู้ประสานงานฯ จะเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารทั้งหมดเพื่อยื่นต่อกองกิจการภาพยนตร์ฯ และทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่ออย่างเป็นทางการกับหน่วยงานต่าง ๆ
ต้องใช้เอกสารใดบ้างในการขอใบอนุญาตถ่ายทำ?
ใช้เวลาในการดำเนินการอนุมัตินานเท่าไหร่? ส่วนใหญ่แล้ว ใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์สำหรับโปรเจกต์ทั่วไป จะใช้เวลาดำเนินการ 7 ถึง 10 วันทำการ อย่างไรก็ตาม การถ่ายทำที่ซับซ้อน ถ่ายทำในสถานที่ที่มีความละเอียดอ่อน ทีมงานจำนวนมาก หรือฉากสตันท์ อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและอนุมัตินานขึ้นหลายสัปดาห์
การมีใบอนุญาตถ่ายทำช่วยให้สามารถถ่ายทำได้ทุกที่ในประเทศไทยหรือไม่? ไม่สามารถถ่ายทำได้ทุกที่ เนื่องจากใบอนุญาตคือการอนุมัติให้คุณถ่ายทำในสถานที่ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มเท่านั้น ซึ่งสถานที่บางแห่งจะต้องขออนุญาตแยกต่างหาก เช่น วัด เขตพระราชฐาน พื้นที่ทางทหาร หรือพื้นที่คุ้มครองอย่างอุทยานแห่งชาติ
หากถ่ายทำในประเทศไทยโดยไม่มีใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์จะเกิดอะไรขึ้น? การถ่ายทำแบบไม่มีใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์นั้นถือว่าผิดกฎหมาย กองถ่ายของคุณอาจถูกสั่งปิด ถูกยึดอุปกรณ์ และอาจต้องจ่ายค่าปรับ ส่วนทีมงานต่างชาติอาจพบกับปัญหาเรื่องการเข้าเมืองหรือปัญหาทางกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในอนาคต
10. ทีมงานต่างชาติสามารถยื่นเรื่องโดยตรงได้หรือไม่ หรือต้องยื่นผ่านผู้ประสานงานชาวไทยเท่านั้น? กองถ่ายต่างประเทศไม่สามารถยื่นเรื่องเองโดยตรงได้ เนื่องจากตามกฎหมายไทยแล้ว การยื่นเรื่องทั้งหมดจะต้องกระทำผ่านผู้ประสานงานฯ ที่มีใบอนุญาต หรือผ่านทางบริษัทโปรดักชันเท่านั้น โดยผู้ประสานงานฯ จะเป็นผู้ติดต่ออย่างเป็นทางการระหว่างคุณกับกองกิจการภาพยนตร์ฯ เพื่อช่วยดูแลให้โปรเจกต์ของคุณดำเนินการตามข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งหมด
มาสเตอรี่ ฟิล์มส์ ให้บริการถ่ายทำในประเทศไทยอย่างครบวงจร ซึ่งรวมถึงการถ่ายทำในพื้นที่ การจัดหาทีมงานและอุปกรณ์ การสำรวจสถานที่ถ่ายทำ การขอใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ และบริการระดับ VIP สำหรับนักแสดงและทีมงาน
ติดต่อเรา และเราจะจัดทำงบประมาณให้ภายใน 24 ชั่วโมง — คลิกที่นี่เพื่อติดต่อเรา